ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงมุ่งเน้นการยกระดับโครงข่ายทางหลวงให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการขับเคลื่อนขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ โดยเน้นการเชื่อมต่อ “จุดยุทธศาสตร์” ระหว่างภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการกระจายรายได้ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบโลจิสติกส์ของไทยอย่างยั่งยืน ทางหลวงหมายเลข 4206 ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ เป็นเส้นทางคมนาคมสายหลักที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยว ทำหน้าที่เป็นโครงข่ายสำคัญที่เชื่อมโยงการเดินทางจากตัวเมืองและสนามบินกระบี่ สู่โครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการท่องเที่ยว ดังนั้น การพัฒนาทางหลวงหมายเลข 4206 ให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการรองรับปริมาณจราจรที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายหลังการเปิดใช้สะพานเชื่อมเกาะลันตา เพื่อสร้างความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย (Seamless Mobility) ให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อันจะส่งผลกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว กรมทางหลวงจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการเตรียมความพร้อมในด้านการสำรวจและออกแบบรายละเอียด รวมถึงการจัดเตรียมเอกสารสำหรับการประเมินราคาและประกวดราคา เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการก่อสร้างและบูรณะได้ตามแผนงานที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแนวเส้นทางของโครงการบางส่วนพาดผ่านพื้นที่ป่าชายเลนในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (ป่าคลองลัดปันจอ) ซึ่งเข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการ ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2566 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 48 แห่งวรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 ดังนั้น จึงมีความเป็นต้องดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมข้างต้น ทั้งนี้ เพื่อให้การพัฒนาโครงการก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งประชาชนที่อยู่บริเวณพื้นที่โครงการน้อยที่สุด นอกจากนี้ กรมทางหลวงให้ความสำคัญต่อกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นสำคัญ โดยกำหนดให้ดำเนินการควบคู่ไปกับการศึกษาด้านอื่นๆ ตลอดระยะเวลาโครงการ เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน นำมาพัฒนาโครงการให้มีความเหมาะสมและตอบสนองต่อความต้องการในพื้นที่อย่างแท้จริง






